[Review] No Game No Life: Zero 

แนว : Comedy, Fantasy

“พวกเธอสองคนเคยรู้สึกว่าเกิดมาผิดโลกไหม”

ประโยคธรรมดาๆที่กลับเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวทุกอย่างของซีรีย์ไลท์โนเวล เรื่อง No Game No Life ที่ได้รับความนิยมและเป็นกระแสโด่งดัง(ถึงแม้ว่าจะมีกระแส No Draft No Life ด้วยก็ตาม) สู่การมาถึงของฉบับภาพยนตร์ ใน No Game No Life Zero

โดยเนื้อเรื่องคร่าวๆ ย้อนไปเมื่อ 6000 ปีก่อนโลกแห่งเกมกระดาน (ดิสบอร์ด) ในสมัยที่ยังไม่มีคำสาบาน 10 ประการ ได้มีสงครามครั้งใหญ่ของเหล่าเทพ ส่วน “มนุษย์” เป็นเพียงเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอและไร้ซึ่งพลัง ได้แต่ใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆ มีผู้คนล้มตายมากมาย จนกระทั่ง “ริคุ” ( Matsuoka Yoshitsugu) ผู้นำของมนุษย์ได้มาพบกับ “ชูวี่” (Kayano Ai) ตำนานครั้งใหม่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ธีมเรื่องของ No Game No Life Zero เปรียบได้กับหนังสงครามที่ฝ่ายตัวเอกเสียเปรียบทั้งกำลังพลและศักยภาพ แต่ต้องหาทางจัดการเพื่อผ่านพ้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ เพียงแต่เวทีของหนังไม่ได้อยู่ในโลกปกติที่รบกันด้วยดินปืน แต่เป็นโลกแฟนตาซีที่ต่อสู้กันด้วยเวทมนต์และพลังเหนือธรรมชาติ

ต่อไปมาพูดถึงงานกราฟิกกันสักหน่อย  แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นหนังโรง ภาพจึงมีความสวยงาม เป็นมิตรต่อสายตามากๆ [เอาไปเลย +3 แต้ม] ทั้งฉากและตัวละคร (สำหรับท่านชาย โปรดระวัง จิบริลโลลิเวอชั่น[+500 แต้ม]อาจปลุกความเป็นหมีในตัวคุณ) เรียกได้ว่าไม่มีที่ติ โดยเฉพาะฉากแอคชั่นตระการตามาก [เอาไปเลย +100 แต้ม] สมกับเป็นงานค่าย Mad House ไม่ทำให้ผิดหวัง (โดยเฉพาะช่วง 251 วินาที บอกเลยว่าเป็น 4 นาทีกว่าที่อลังการงานสร้างมาก [ให้ไปเต็มๆเลยอีก +100 แต้ม])

Jibril in No Game No Life Zero
Jibril in No Game No Life Zero

ด้านดนตรีประกอบเองก็ยอดเยี่ยมมาก (เอ้า ปรบมือ!) โดยเฉพาะเพลงธีม There is a reason ร้องโดย Suzuki konomi ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ร้องเพลงเปิดอนิเมนั่นแหละ เพราะมาก(ก.ไก่6000ตัว) [ให้ +50 แต้มด้วยความชอบส่วนตัวล้วนๆ] นักพากย์เองก็สุดยอด จัดเต็มสุดๆ(ถ้าใครชอบติดตามผลงานของนักพากย์ แนะนำเลยว่าเรื่องนี้อุดมไปด้วยนักพากย์มืออาชีพเน้นๆ) ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้ดีมาก [+10 แต้ม] บอกเลยว่าฉากไหนที่อ่านในหนังสือแล้วยังไม่มีอารมณ์ร่วม มาดู แล้วคุณจะได้ความรู้สึกเสมือนยืนข้างๆตัวละครเลยทีเดียว

ในด้านของเนื้อเรื่องมีความกระชับ เข้มข้น และมีความกลมกล่อมหอมกรุ่นมาก [+1 แต้ม ถือว่าตั้งใจทำดี] น่าจะเป็นเพราะแปลงมาจากในนิยายด้วย [-1 อยากได้เนื้อเรื่องใหม่อะ] ทำให้ไม่ต้องห่วงด้านเนื้อเรื่องเท่าไหร่ เสียอย่างเดียว คือ หลายๆมุขในเรื่อง ติดเรทนิดนึง ระวังเรื่องการพาลูกเล็กเด็กแดงไปดูด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวเด็กอาจจะงง ตามมุขไม่ทัน(เหรอ)

สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้บอกได้เลยว่าดัดแปลงมาจากไลท์โนเวลเล่ม 6 โดยมีความเคารพต้นฉบับสูงมาก เพราะฉะนั้นจุดสำคัญจึงยังอยู่ครบ แต่อาจมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องตัดออกไปบ้าง การชมหนังเรื่องนี้จึงเสมือนคุณได้เห็นเหล่าตัวละครออกมาโลดแล่นบนจอยักษ์ โดยมีบทเป็นนิยายเล่ม 6 ทั้งเล่ม

ส่วนคนที่ไม่เคยสัมผัสกับซีรีย์นี้มาก่อนเลยก็ไม่ต้องกังวล คุณสามารถดูหนังเรื่องนี้โดยไม่จำเป็นต้องไปหาอ่านหรือดูซีรีย์นี้มาก่อนก็ได้(แต่อาจจะอินไม่เท่า) เพราะในหนังจะเล่าจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้วเหมือนกับชื่อของมัน

“No Game No Life: Zero”

สรุปคะแนนทั้งหมด 763 คะแนน

*คำเตือน เป็นตัวเลขที่เยอะมากซึ่งเกิดจากความอวยล้วนๆ ดังนั้น ไม่แนะนำให้ใช้อ้างอิงเป็นจริงเป็นจัง ยกเว้น คุณจะอวยเรื่องนี้เหมือนกัน

ปล. 3-4 กุมภาพันธ์นี้ สามารถไปรับชมกันได้ในรูปแบบ 4DX เลยนาจา


ตัวอย่างภาพยนตร์ No Game No Life Zero


You might also like